โคราชซาวด์ ชุมชนคนรักเครื่องเสียง


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น




Untitled Document แจ้งข่าว เว็บไซต์โคราชซาวด์จะทำการปรับปรุงหน้าเว็บใหม่ หากพบปัญหาการใช้งานโปรดแจ้งทีมงาน ที่เบอร์ 0862222923 สำหรับท่านที่มีเครื่องเช่าไว้บริการรับงานทั่วไป โปรดส่งโลโก้ หรือแบนเนอร์ มาที่ Inbox ช่างโก้ เพื่อจะได้อัดเดทแสดงอยู่ด้านบนของเว็บ ขนาดโลโก้ 160x61 px !

ผู้เขียน หัวข้อ: การเซ็ทปรับตั้งระบบเครื่องเสียงกลางแจ้ง( PA)  (อ่าน 58785 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดีเซลเพาเวอร์ซาวด์

  • ชมรมคนรู้ใจ
  • บัณฑิตใหม่
  • *
  • กระทู้: 857
  • คะแนน: 19
  • ระบบเสียงคุณภาพbosstech
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Firefox 3.0.19 Firefox 3.0.19
การปรับระบบ PA แต่ไม่มีใครเขียนให้อย่างละเอียด อ่านเข้าใจง่ายๆ ก็เลยขออนุญาตนำเสนอแบบงูๆปลาๆ เป็นแนวทางให้นำไปเป็นข้อมูลพื้นฐาน ประกอบกับความรู้ด้านอื่นๆ จากผู้รู้ท่านอื่นๆ ให้สมาชิกมือใหม่ได้นำไปใช้ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานครับ.........เมื่อตอนเล่นระบบ PA ใหม่ๆก็ไม่รู้เรื่องอะไร ปรับไปเรื่อย  จนพลาดพรั้งให้มีอาการพีค จนดอกลำโพง โดยเฉพาะลำโพงเสียงกลางพังไปเป็นสิบๆใบแล้ว....จนตอนหลังมาได้ไปดู ปรึกษา พูดคุย สอบถาม ไปดู ไปฟังระบบหน้างานจากผู้รู้หลายท่าน รวมทั้งอ่าน เรียนรู้จากแหล่งต่างๆมาอย่างมากมาย โชกโชน จนเข้าใจและสามารถเล่นได้ในระดับหนึ่งแล้ว ก็อยากเอาความรู้อันน้อยนิดที่มีมาแนะนำให้คนที่ไม่เข้าใจ คนเล่นมือใหม่ๆ  ให้เข้าใจง่ายๆ แบบลูกทุ่งๆ ไม่ใช้ภาษาวิชาการ .....สรุปให้ง่ายๆว่า ในมิกเซอร์จะมีหลักๆคือ
          - ปุ่ม Gain คือการปรับ”ขยาย “ สัญญาณเสียงจากแหล่งต่างๆ เช่น CD -DVD - Com -ไมค์-เทป -ซาวด์โมดูล -กลองอีเลคโทรนิค -อีเลคโทน -คีบอร์ด ฯลฯ  ที่เข้าในไลน์มิกซ์แต่ละช่องให้ "แรง" มากขึ้น..ไม่ได้หมายความว่าทำให้ “ ดัง” ขึ้น..แต่ เมื่อเร่ง ปุ่ม Gain แล้วเสียงดังขึ้นเพราะเป็นการเร่งสัญญาณให้  “ แรง” ขึ้นทำให้เสียงดังขึ้นไปนั่นเอง ...อันนี้ฟัง อ่านแล้วจะสับสนหน่อย จะเข้าใจยากหน่อย ต้องค่อยๆคิด ทำความเข้าใจนะครับ.
.......ผลเสียของการ เร่งปุ่ม Gain มากๆเกินไปคือจะทำให้เสียงเพลง ดนตรี แตกพร่า เพี้ยน ...เสียงไมค์มีการหวีด หอน ฮัม และจะทำให้ไฟลีด  PLF ในมิกซ์ขึ้นไปจนแดงแจ๋  ไฟพีคในมิกเซอร์แดง และจะทำให้มีมีอาการคลิปที่พาวเวอร์..ถ้าพาวเวอร์คลิปไฟแดงติดต่อกันยาวนาน จะทำให้ไฟ  DC แลบออกไปตามสัญญาณสู่ลำโพง ทำให้ไหม้ วอยยซ์ขาด...
         - สไลด์วอลลุ่มในไลน์มิกเซอร์ เป็นอุปกรณ์สำหรับการปรับ “เร่ง “ สัญญาณเสียงที่เข้ามาในแต่ละช่องให้ " ดัง" มากขึ้น
         - มาสเตอร์วอลลุ่ม เป็นการปรับ “ เร่ง” ให้สัญญาณทั้งหมดที่เข้ามาในมิกซ์ ให้ “แรง” และ ” ดัง” มากขึ้นไปสู่ระบบปรุงแต่งเสียง เช่น EQ- Cross- com Gate และไปสู่ระบบขยายเสียงคือพาวเวอร์แอมป์
-   ปุ่มปรับ EQ ในไลน์ ก็ใช้ปรับเพิ่มลดเสียง Low Mid Higth  ธรรมดาออก
-   ปุ่ม AUX ใช้ ปรับเล่น FX นอกและแยกเสียงต่างๆไปเข้าระบบอื่น

....การปรับหน้า Pa ทั้งระบบ
  จะบอกเป็นขั้นตอนให้ทำกันง่ายๆ ใช้ภาษาง่ายๆเหมือนที่ผมได้รับคำแนะนำมาดังนี้ครับ..
1.   เมื่อต่อระบบแล้ว เปิด เครื่องทุกชิ้น แล้วทำดังนี้
-   พาวเวอร์แอมป์เร่งวอลลุ่มจนสุดทุกตัว ทั้งขับ low mid hight
-   มิกซ์ปรับ EQ ในไลน์มิกซอร์ทุกตัวเป็น 0 ( ถ้ามิกเซอร์มี EQ ด้วยให้ปิดหรือปรับเป็น Flat หมด )
-   เร่งมาสเตอร์วอลลุ่มมิกเซอร์ไปที่ 0
-   ปรับ ปุ่ม Gain ในมิกเซอร์ไปที่ค่ามาตรฐาน ซึ่งจะมีเครื่องหมายที่กำหนดมาในมิกเซอร์ บางยี่ห้อเป็นเครื่องหมายรูป U บางยี่ห้อเป็นรูป สามเหลี่ยม
-   ปรับปุ่มเร่ง EQ  เป็น 0 ปรับสไลด์ เป็น Flat
-   ปรับปุ่ม Input + level ของ cross เป็นตรงกลาง
2.   หาแผ่นเพลงที่เสียงดีที่สุด ชัดเจน มีชิ้นดนตรีมากๆ เสียงร้องดีๆ ชัดๆ หรือแผ่นซาวด์เช็คมาเปิด ต่อเคื่อง DVD หรือ CD หรือจะใช้คอมพิวเตอร์ก้ได้ โดยต่อข้างซ้ายเข้าไลน์มิกเซอร์ 1   ข้างขวาเข้าไลน์มิกเซอร์ 2
      -  เร่งสไลด์วอลลุ่มในไลน์มิกเซอร์จนได้เสียงดังตามที่ต้องการแล้ว
      -  ให้มาปรับที่ crossover ก่อนโดยการปรับปุ่ม Level ของ  Low  mid hight  ของ cross ให้เสียง Low mid hight  ออกมาให้ดังสมดุลพอดีกัน ไม่ขาด ไม่ล้น เสียงใดเสียงหนึ่งดังมากเกินไป หรือเบาเกินไป  ..โดยการปรับแล้วเดินไปฟังด้านหน้าตู้ลำโพง ทั้งอยู่ใกล้ๆ หรืออยู่ไกลๆตู้ลำโพง  แล้วกลับมาปรับหลายๆครั้งให้เสียงทุกเสียงดังออกมาดังพอดี สมดุลกัน..
      -  เมื่อได้เสียงดัง พอดี สมดุลย์กัน ไม่มีเสียง  Low mid hight  เสียงใดเสียงหนึ่งเบา หรือดังมากเกินไปแล้ว ก็มาปรับที่ปุ่ม ปรับความถี่ของ Low mid  และ  Mid hight   จนได้เสียง   Low  หนักแน่น นุ่มนวล เสียง  Mid ที่โปร่ง หวาน กังวาน ชัดเจน  Hight ที่สดใส  ชัดเจน  ฯลฯ อันนี่ก็ต้องใช้วิธีการปรับแล้วเดินไปฟังหน้าตู้ ทั้งใกล้ และไกล หลายครั้ง หลายรอบอีกนั่นแหละ  มันจะขึ้นอยู่ที่ฝีมือ การฟัง หู ความต้องการของแต่ละคนอีกนั่นแหละ  เมื่อปรับได้จนลงตัว พอใจแล้ว  มือใหม่ๆ คนที่ไม่เก่งก็อย่าได้ไปยุ่งกับ crossover อีก ให้ตั้งไว้ตายตัวเลย ไม่ว่าจะใช้อะไร  งานสถานที่อย่างไร เพราะถือว่า Set ได้พอดีแล้ว
  -  ขั้นตอนต่อไป  ก็ให้ปรับแต่งที่ EQ  ช่วยจนได้เสียงที่คิดว่าลงตัว ดีที่สุดแล้ว   แต่ถ้าปรับ EQ แล้วเสียงแย่ลง ก็แสดงว่าการปรับแต่งเฉพาะที่ Crossoverลงตัวพอดีแล้วก็ไม่ต้องปรับแต่ง EQ อีกให้ตั้งไว้ที่ Flat ได้เลย.....EQ  นี้ในระบบงาน PA ส่วนมากจะใช้ในการ Cut เสียงที่โด่งเกินไปลง  ....แต่ไม่ได้หมายความว่าการใช้งาน EQ ที่ถูกจะต้อง cut ลงอย่างเดียวนะครับ  EQ สามารถที่จะยกขึ้นได้เมื่อเสียงความถี่ใดความถี่หนึ่งขาดหายไปไม่เป็นไปตาม ที่ต้องการก็สามารถยก EQ ช่วยได้  ...และ EQ จะไม่ตั้งไว้ถาวร สามารถปรับได้ตามที่ต้องการ ตามสถานะการณ์  แต่ถ้าไม่คล่อง ไม่เก่ง มือใหม่ๆ ก็ให้ตั้งไว้ให้มาตรฐานและพยายามอย่าไปยุ่งกับมัน
  -  ต่อไป ก็มาถึงการปรับใช้มิกซ์  ปุ่มมาสเตอร์ให้ให้ตั้งไว้ที่ 0 ตลอด  ปุ่มสไลด์วอลลุ่มในไลน์แต่ละช่อง สามารถปรับเร่งเสียงได้ตามต้องการไม่จำกัด จนบางครั้งสุดรางก็ได้ ถ้าเสียงไปพร่า เพี้ยน   
  -   ปุ่ม   Gain  ให้ตั้งไว้ไม่เกิน ค่ามาตรฐานที่เขากำหนดมาโดยมีเครื่องหมายตามที่กล่าวมาแล้วไว้ให้  ..แต่ก็สามารถปรับเร่งขึ้นไปได้ในกรณีที่สัญญาณที่เข้ามาเบาเกินไป เร่งวอลลุ่มสไลด์มากๆแล้วเสียงยังเบาอยู่..แต่ก็ต้องระวังถ้าเร่ง Gain มากๆอาจจะเกิดเสียงหวีด หอน ฮัม ถ้ามีเสียงเหล่านี้ต้องรีบลด Gain ลงทันทีจนเสียงหวีด หอน ฮัม หายไป  .......วิธีที่ดีที่สุดคือใช้การเร่งปุ่มสไลด์วอลลุ่มเป็นหลักก่อนถ้าเสียง ยังเบาไปถึงจะมาเร่งปุ่ม  Gain ช่วยอีกที
  -  ปุ่ม EQ ในไลน์ ปรับได้อิสระตามความพอใจ ความต้องการ ความเหมาะสม
  -  EQ ในเครื่องมิกเซอร์ที่มีบางรุ่น ให้ปิด หรือปรับเป็น Flat เมื่อใช้  EQ นอกเพราะไม่อย่างนั้นมันจะเหมือนมีปรี ซ้อนปรีเสียงความถี่ต่างๆจะล้นมากเกินไปรบกวนกัน จนบางครั้งเสียงเพี้ยน และปรับยากมาก...

******.....ก็เป็นการแนะนำอย่างคร่าวๆ ให้เข้าใจง่ายๆ สมาชิกรุ่นใหม่ มือใหม่ก๋ลองเอาไปทดลอง ฝึกปรับกันดูนะครับ..
****......  จำกันง่ายๆว่าการปรับระบบหน้า PAกับการปรับระบบการใช้งานแตกต่างกันนะครับ..
......1....การปรับระบบหน้า PA คือการปรับตั้งระบบเมื่อสร้างระบบใหม่หรือ เพิ่ม เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ๆแรกสุดให้ตั้งปุ่มปรับทุกอย่างเป็นกลางหมดทั้ง Cross  - EQ  -  Mixer   ต่อมาปรับแต่งระบบของอุปกรณ์ต่างๆตามลำดับก่อนหลังคือ
.1.. Cross     2. EQ    3.  Mixer
....2....การปรับระบบขณะใช้งาน หรือเรียกว่า ซาวด์เช็ค เป็นการปรับขณะออกงานในสถานที่ต่างๆ จะต้องมีการปรับอีกครั้งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ( สถานการณ์เช่นเสียงคนร้องเพลง พูด ต่างกันบางคนดัง บางคนเบา บาง
คนเสียง บี้ แหลม บางคนเสียงทุ้ม ฯลฯ ) และสถานที่ เช่นที่สนามโล่งแจ้ง สนามแคบๆ สนามกว้างๆ  ในห้องแคบๆ ในหอประชุม ขนาดต่างๆ ในฮอลล์ใหญ่ๆ ฯลฯ ซึ่งในสถานที่ที่แตกต่างกันระบบจะแตกต่างกัน ดังนั้นจะต้องปรับระบบให้เหมาะสมกับสถานที่..การปรับระบบเมื่ออกงาน หรือซาวด์เช็ค จะปรับตามลำดับหน้าหลังคือ
1..Mixer    2. EQ   3.   crossover ( ส่วนมากCross จะไม่ค่อยไปยุ่งกับมันเพราะตอนปรับ PA ถือว่าลงตัวที่สุดแล้ว)


.......... สิ่งที่สำคัญที่สุด  ยากที่สุดในการปรับระบบ ให้เสียงออกมาดีที่สุดคือ ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเสียง  การฟังเสียงออก ฟังเสียงเป็น  และความรู้ความเข้าใจในการปรับเพิ่ม ลด ปุ่มความถี่ต่างๆ ทั้ง EQ ในไลน์  - EQ นอกมิกเซอร์ และ crossover  ( รวมทั้งการปรับใช้ FX ทั้งนอกและในมิกเซอร์ +Gate compressor ด้วย)ให้เสียงออกมาดีที่สุด กลมกลืน ลงตัวที่สุดทั้งภาคดนตรี ภาคไมค์ทั้งการร้อง การพูด...เรียกคนปรับระบบว่า ซาวด์เอ็นจิเนียร์  ซึ่งคนที่เก่งๆจะมีน้อย เพราะจะต้องเป็นพวก “ หูทอง” ฟังออก ฟังเก่ง เข้าใจระบบ รู้จักอุปกรณ์การใช้อุปกรณ์ทำให้สามารถปรับระบบเพิ่ม ลดปุ่ม EQ ปุ่มความถี่ ความดังต่างๆได้ดี ได้เก่ง ลงตัว...คนที่เคยเล่นเครื่องเสียงในบ้านระดับไฮเอนด์มาก่อนจะได้เปรียบ เรื่องนี้


http://www.youtube.com/user/dieselpowersoundubon
https://www.facebook.com/dieselpowersound?ref=tn_tnmn
103 ม.3 ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี  34350
ดีเซลเพาเวอร์ซาวด์ อุบลราชธานี ระบบเสียงคุณภาพ สุดยอดเครื่องเสียงสั่งได้ บริการให้เช่า เครื่องเสียง เวที ระบบไฟแสงสี เครื่องดนตรี อุปกรณ์งานแสดงดนตรี งาน Event , Concert-ติดต่องาน 086-7701410 082-1344710รับตัดแร็คทุกชนิด

ออฟไลน์ ADMIN

  • ผู้ดูแลระบบ
  • มัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • คะแนน: 7
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1
ชัดเจนและเด่นชัด เข้าใจง่ายแบบไม่ต้องคิดมาก ขอบคุณมากครับสิ่งดีๆที่มอบให้สมาชิก ได้ความรู้ดีอย่างมาก
ทีมงานโคราชซาวด์ และผู้ก่อตั้งบ้านคนรักเครื่องเสียง แห่งเมืองหญิงกล้า ติดต่อสอบถาม เมล์ koratsound@gmail.com

ออฟไลน์ เฉิ่ม ปากช่อง

  • ประถม
  • *
  • กระทู้: 71
  • คะแนน: 2
  • ไม่หรูแต่ดูดีใครหาไปหมด555
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0
การเซ็ทและติดตั้งที่ผมอ่านมาหมูๆมากครับมีอะไรเดี๋ยวผมเอามาให้ดู :'( :o
ผมเฉิ่ม ปากช่อง    นายเกษม พรประสพ        อยู่บ้านหนองสวอง  ต.ปากช่อง    อปากช่อง      จ.นครราขสีมาโทร.087-6459052

ออฟไลน์ ช่างเฒ่า ห้วยแถลง

  • สายตรวจ
  • ผู้จัดการ
  • *
  • กระทู้: 1749
  • คะแนน: 177
  • รักกันครังหนึ่ง จะคิดถึงกันตลอดไป
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0
ขอบคุณครับ
นายอภิชาติ  เลิศไธสง(ร้านเฒ่าเซอร์วิส)
445 หมู่ที่ 1 ต.ห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา 30240
โทร.0807981430

ออฟไลน์ สน โคราช

  • ชมรมคนรู้ใจ
  • กรรมการผู้จัดการ
  • *
  • กระทู้: 2231
  • คะแนน: 128
  • คนเราถึงจะมีความรู้มาก แต่ไม่ได้หมายความว่ารู้หมด
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0
ครับขอบคุณครับ
ธนกฤต จรโคกกรวด
50/61 หมู่บ้านพงษ์เพชรกรีนวิว หมู่ที่ 7
ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
21150
มือถือ 089-8341280
ธ.กรุงเทพ สาขามาบตาพุด บัญชีสะสมทรัพย์เลขที่ 4430756603

ออฟไลน์ โชค ปากช่อง

  • มัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • คะแนน: 36
  • ซ่อมไม่ได้ให้โทรมา
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Firefox 3.6.17 Firefox 3.6.17
ขอบคุณครับ
โชคอนันต์  ดีจันทึก(ช่างโชค)ดี.เจ.ที. อิเลคทริค19/1 ถ.นิคมฯ ซ.6 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง
จ.นครราชสีมา โทร044-314520 089-5800223
ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเสียง แอมป์ ลำโพง

ออฟไลน์ ทีมงาน พีเทค '46

  • D:\My Job\Bord2.jpg
  • พนักงาน
  • *
  • กระทู้: 1351
  • คะแนน: 57
  • ทีมงานใหญ่ กับเครื่องไฟวัด
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0
ดีมากเลยครับ
ไพโรจน์ เดชสูงเนิน
ทีมงาน พีเทค'46 บริการ เครื่องเสียง ไฟประดับ ในงานพิธีต่างๆ
บ้านใหม่สะแกราช ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
E-Mail : ptech46@gmail.com Face.พีเทค ออดิโอ ปักธงชัย
 บัญชีกรุงศรีสาขาเดอะมอลโคราช 650-1-11327-6
โทร. 044-360271 081-9550846( โรจน์ )  087-2471418( เต่า )

ออฟไลน์ ดาบจำลอง โคราช

  • ผู้ดูแลระบบ
  • เทพระดับที่ 1
  • *
  • กระทู้: 7394
  • คะแนน: 557
  • ถูกใจ แต่อาจไม่ถูกต้อง ถูกต้อง แต่อาจไม่ถูกใจ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0
การวางระบบเครื่องเสียงกลางแจ้ง
ระบบเครื่องขยายเสียง : เป็นระบบเสียงที่เน้นหนักด้านการกระจายเสียงพูด เช่น ในการอภิปรายปาฐกถา การหาเสียง เป็นต้น
ระบบเสียงสำหรับการแสดง : จะมีจุดมุ่งหมายในการกระจายเสียงทั้งเสียงพูดและเสียงพูด เสียงร้องเพลงและเสียงดนตรีควบคู่ไปด้วย ดังนั้นระบบเสียงสำหรับการแสดงจะมีความยุ่งยากและละเอียดอ่อนมากกว่าระบบพี เอ ระบบเสียงทั้งสองนี้มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ผู้ชมคนดูจะอยู่ในบริเวณเดียวกับผู้แสดง สภาพเช่นนี้เราถือว่าผู้ชมและผู้แสดงอยู่ในสภาพธรรมชาติของเสียงแบบเดียวกัน เช่น ถ้าอยู่ในห้องประชุมทั้งคนดูและคนแสดงจะอยู่ในสภาพเสียงก้องเสียงสะท้อนแบบ เดียวกัน ถ้าอยู่ในสนามหญ้าก็จะพบปัญหาเดียวกัน ถ้าอยู่ในสนามหญ้าก็จะพบปัญหาเสียงรบกวนจากลมและสิ่งอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน แตกต่างจากการเปิดเครื่องรับ (receiver) หรือเป็นสัญญาณที่ถูกบันทึกไว้ โดยในขณะบันทึกนั้นสภาพธรรมชาติของเสียงในห้องบันทึกกับห้องที่เรานั่งฟัง นั้นแตกต่างกัน
ระบบพีเอเบื้องต้น
คุณภาพของเสียง : คุณภาพของอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ว่าจะให้ความขัดเจนมากน้อยเพียงใด ความเพี้ยนของอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในระดับที่พอเพียงหรือเปล่า คุณภาพของเสียงขึ้นกับความเป็น Hi-Fi ของอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ นอกจากนี้ผลตอบเชิงความถี่ยังเป็นตัวกำหนดความชัดเจนด้วย ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีความเพี้ยนต่ำและผลตอบเชิงความถี่ที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณภาพของเสียงดีขึ้นได้ เครื่องเสียงที่ใช้ไม่จำเป็นต้องครอบคลุมช่วงความถี่ที่ประสาทหูของคนรับรู้ ได้ เพราะเสียงคนไม่เหมือนเสียงดนตรี สำหรับเสียงพูดผลตอบเชิงความถี่ควรจะราบเรียบในช่วง 150 Hz  ถึง 7 kHz ก็พอ ดังนั้น เวลาเราเลือกใช้ไมโครโฟนเพื่อรับเสียงคนอย่างเดียวก็พยายามเลือกชนิดที่ให้ ผลตอบเชิงความถี่ในช่วงดังกล่าวก็พอแล้ว สำหรับระบบเสียงที่ต้องการทั้งเสียงนักร้องและเสียงดนตรีผลตอบเชิงความถี่ อยู่ในช่วง 50 Hz ถึง 12 kHz การเลือกไมโครโฟนหรือสิ่งอื่น ๆ ก็ควรจะเลือกให้อยู่ในช่วงนี้ มีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้คุณภาพของเสียงไม่ดีพอ สาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือ สายนำสัญญาณต่าง ๆ ถ้าใช้กับไมโครโฟนอิมพีแดนซ์สูงสายไมโครโฟนควรจะยาวไม่เกิน 20 ฟุต และถ้าจำเป็นต้องใช้สายไมโครโฟนยาวกว่านี้ก็ควรเปลี่ยนมาใช้ไมโครโฟน แบบอิมพีแดนซ์ต่ำ ลำโพงที่ใช้ควรมีผลตอบเชิงความถี่ทั้งในแนวตรง (on axis) จากลำโพง และในแนวที่เยื้องออกไปจากลำโพง นั่นคือมีผลตอบเชิงมุม (polar response) ที่ดี
คุณภาพของเสียงจากแบบของไมโครโฟน แบบของไมโครโฟนควรจะเลือกแบบที่มี่ผลตอบเชิงความถี่ที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ เช่น เมื่อใช้กับเสียงคน เสียงดนตรี งานกลางแจ้ง รายละเอียด สำหรับแบบของไมโครโฟนที่ใช้หาได้จากบริษัทผู้ผลิต ที่กล่าวมาเป็นการเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องเสียงเพื่อให้ได้ผลตอบเชิงความถี่ ที่เหมาะสม (เกี่ยวกับทางด้านวงจร)
เสียงรบกวนจากพัดลม มอเตอร์ คนดู เสียงจากบริเวณข้างเคียง เช่น เสียงรถยนต์ เครื่องจักร (ถ้ามี) จะทำให้น้ำเสียงฟังดูคลุมเครือมาก เครื่องขยายที่ใช้ต้องมีระดับความดัง 20-25 dB มากกว่าเสียงรบกวน ดังนั้นในบริเวณที่เสียงรบกวนมีมากเครื่องขยายและลำโพงที่ใช้เป็นแบบที่ราคา ค่อนข้างแพงมาก
“ไมค์หอน” นับได้ว่าเป็นปัญหาที่พบมากที่สุด เสียงหอนที่ว่านี้มีทั้งเสียงหวีดหวิวในช่วงความถี่สูง หรือเสียงหึ่ง ๆ ในช่วงความถี่ต่ำ โดยมันจะดังอยู่อย่างนั้นตลอดเวลาและจะมีระดับความดังขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งเพิ่มอัตราขยายสูงสุดของเครื่องขยาย นอกจากจะปิดเสียงเสียก่อน เสียงหอนนี้เกิดจากการป้อนกลับทางเสียงระหว่างลำโพงและไมโครโฟน ระดับความดังของเสียงหอนจะขึ้นกับอัตราขยายของลูป (loop – วงจรส่วนนั้น)
การลดโอกาสที่จะเกิดเสียงหอนนั้นเรามักจะแก้ไขในสามจุดด้วยกัน คือ
1 การปรับทิศทางของลำโพง
2 เลือกไมโครโฟนที่ใช้
3 เพิ่มเติมอุปกรณ์เพื่อช่วยลดการเกิดเสียงหอน
เครื่องขยายเสียงของระบบเสียง เป็นตัวการสำคัญที่สุดในการก่อปัญหา เพราะ ถ้ามันเกิดเสียขึ้นมาระบบเสียงทั้งระบบจะต้องหยุดชะงักทันที ดังนั้นการหาเครื่องสำรองมาคอยไว้ก่อนหรือการใช้เครื่องขยายหลายเครื่องขับ ลำโพงหลาย ๆ ชุด เป็นกลุ่ม ๆ ไป โดยเครื่องขยายแต่ละเครื่องสามารถเร่งกำลังขยายได้เป็นเอกเทศ และมีกำลังขยายมากกว่าขณะใช้งานปกติ ซึ่งจะทำให้เราสามารถสับลำโพงของเครื่องที่เกิดปัญหามาใช้กับเครื่องขยายตัว อื่น ๆ ได้
ชนิดของสัญญาณอินพุตที่ป้อนให้กับเครื่องขยายเสียง มีอยู่ 2 แบบ คือ
1.สัญญาณแบบไลน์อินพุต (line level input) อยู่ในช่วง -20 dBm จนถึง +30 dBm ซึ่งเครื่องกำเนิดสัญญาณจัดอยู่ในไลน์อินพุตนี้ ได้แก่ พวกเทปเด็ค จูนเนอร์ CD เป็นต้น
2.สัญญาณแบบบาลานซ์ไลน์ (balanced line) อยู่ในช่วง -80 dBm จนถึง -20 dBm ตัวอย่างของตัวกำเนิดสัญญาณแบบนี้ที่เห็นกันชัดที่สุดก็คือ ไมโครโฟนนั่นเอง
ลักษณะการต่อสายบาลานซ์ไลน์เข้ากับไมโครโฟนแบบคาร์ดิออด์
ภายในของสายจะประกอบไปด้วยสาย 3 เส้น คือ สายสัญญาณ 2 เส้น และ กราวด์ 1 เส้น การต่อจึงต้องต่อเข้ากับคอนเน็กเตอร์แบบ XLR กรณีที่เป็นไมโครโฟนที่มี 2 สาย เช่น ไดนามิกไมโครโฟน การต่อไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงขั้วของสาย สามารถต่อสลับกันได้ (ขา 2, 3)
การต่อลำโพงในระบบเสียง PA
ที่พบเห็นกันมีอยู่ 2 ระบบ คือ ระบบเสียงแบบเน้นเฉพาะที่ (sound-rein fore cement system)และระบบเสียงแบบกระจายตามจุด (sound distribution systems)โดยในระบบเสียงแบบเน้นเฉพาะที่ สัญญาณจากแหล่งกำเนิดจะผ่านการขยายจากเครื่องขยายเสียงเพื่อให้มีกำลังมากพอ ที่จะขับเสียงออกลำโพงสู่ผู้ฟังในห้องขนาดใหญ่ ๆ เพียงห้องเดียว แต่ในระบบเสียงแบบกระจายตามจุดนั้นจะต้องส่องเสียงผ่านลำโพงเป็นจำนวนมากสู่ ห้องฟังจำนวนหลาย ๆ ห้องพร้อมกัน ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดของ 2 ระบบนี้ก็คือ ระยะของการเดินสายจากเครื่องขยายเสียงสู่ลำโพง ในระบบเสียงแบบเน้นเฉพาะที่ลำโพงจะถูกวางอยู่ใกล้ ๆ กับเครื่องขยายเสียง ระยะการเดินสายก็ไม่ยาวมาก ซึ่งแตกต่างกับระบบเสียงแบบกระจายตามจุดที่ต้องเดินสายเป็นระยะทางไกล ๆ เพื่อที่จะกระจายเสียงให้ครอบคลุมออกไปสู่ลำโพงทุกตัวในแต่ละพื้นที่แต่ การเดินสายเป็นระยะไกล ๆ จะมีปัญหาในเรื่องของกำลังสูญเสียในสาย อันเนื่องมาจากความต้านทางของสายที่เพิ่มขึ้นตามความยาว การแก้ไขนั้นสามารถทำได้โดยการเพิ่มแรงดันตอนส่งออกให้สูง แล้วลดแรงดันที่ปลายทางให้เหมาะกับการใช้งานเพื่อที่จะลดกระแสในสายให้น้อย ลง การสูญเสียในสายก็ลดลงไปด้วย วิธีนี้เรียกว่า " ระบบแรงดันคงที่" (constant voltage line) ปกติจะมีให้เลือกใช้หลายระดับ แล้วแต่การใช้งาน ถ้าสายลำโพงต้องเดินเป็นระยะไกลมากก็ต้องใช้เอาต์พุตที่ระดับแรงดันสูง เช่น 70 โวลต์, 100 โวลต์หรือสูงกว่า แต่ถ้าระยะทางไม่ไกลมากนักก็ใช้ที่ระดับ 25 โวลต์ เป็นต้น
  การจัดวางลำโพง การวางตำแหน่งของลำโพงเพื่อที่จะกระจายเสียงไปในทุกพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ๆ นั้น เช่น ตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่การติดตั้งลำโพงจะติดตั้งอยู่ที่เพดานห้อง โดยจำนวนของลำโพงจะเพิ่มตามขนาดของพื้นที่ ดังนั้น ปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการวางตำแหน่งของลำโพงไม่เหมาะสม จะทำให้การรับฟังผิดธรรมชาติไป เช่น ตำแหน่งของผู้รับฟังที่อยู่ระหว่างลำโพง 2 ตัวนั้น ถ้าระยะห่างของผู้ฟังกับลำโพงทั้งสองเท่ากัน การรับฟังก็คงปกติอยู่แต่เมื่อใดที่ผู้ฟังขยับเข้าใกล้ลำโพงอีกตัว ทำให้การรับฟังจากลำโพงทั้งสองเริ่มไม่เท่ากัน (out of phase) คือ มีจุดบอดของการรับฟังเสียงเกิดขึ้น
ปัญหา ที่เกิดขึ้นนี้สามารถแก้ไขได้ โดยใช้ลำโพงเพียงตัวเดียวสำหรับพื้นที่นั้นและติดตั้งไว้ในที่สูง ๆ เพื่อการกระจายของเสียงที่ดี หรือไม่ก็ให้ระยะห่างของตำแหน่งลำโพงแต่ละตัวอยู่ใกล้กันมาอีก ดังนั้นจะต้องเพิ่มจำนวนของลำโพงมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ของห้องนั่นเอง ปัญหาอีกอย่างที่เกิดขึ้นกับการรับฟังเสียงในห้องกว้าง ๆ จะต้องเดินสายลำโพงเป็นระยะทางไกลคือ "การหน่วงเวลาของเสียง" เนื่องจากความเร็วของเสียงที่มีความเร็ว 1,130 ฟุตต่อวินาที
การต่อลำโพงระยะไกลและการแมตชิ่ง การต่อลำโพงเข้ากับเครื่องขยายเสียงโดยใช้ลำโพงตัวเดียวนั้นเป็นของง่ายหาก ใช้ลำโพงหลายๆ ตัวก็เป็นเรื่องยุ่งยากสักหน่อย ดังเช่นใช้ในโรงเรียน โรงงาน โรงภาพยนตร์ และที่สาธารณะ เป็นต้น ซึ่งต้องคำนึงถึงเรื่องการแมตชิ่ง กำลังวัตต์และระยะห่างอีกด้วย บางกรณีต้องใช้แมตชิ่งทรานสฟอร์เมอร์ช่วยด้วย เรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นวิธีการต่อลำโพงชนิดต่าง ๆ โดยจะพูดเฉพาะเครื่องขยายเสียงเพียงซีกเดียวหากเป็นแบบสเตอริโอก็ต้องเพิ่ม สายอีกหนึ่งชุดและต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนเฟสด้วย
การใช้ลำโพงกับเครื่องขยายแบบอิมพีแดนซ์ต่ำ เครื่องขยายเสียงแบบโซลิดสเตทส่วนมากเป็นแบบเอาต์พุตอิมพีแดนซ์ต่ำถ้าเป็นวงจรขยายแบบ OTL นั้นจะมีสายเอาต์พุตเพียงสองเส้น อิมพีแดนซ์ของเครื่องขยายขึ้นอยู่กับตัวลำโพงที่นำมาต่อ ถ้าใช้ลำโพง 4 โอห์ม จะได้กำลังเอาต์พุตสูงที่สุด หากใช้ลำโพง 16 โอห์ม ก็จะได้กำลังเอาท์พุตทีต่ำที่สุด การใช้ลำโพงแบบ 4 โอห์ม หรือ 16 โอห์ม นั้นเป็นผลเสียมาก เพราะอิมพีแดนซ์ต่ำย่อมทำให้ทานซิสเตอร์ทำงานหนัก หรือวงจรคุ้มครองความปลอดภัยจะตัดไฟเสีย ส่วนอิมพีแดนซ์สูงนั้นก็ทำให้เครื่องมีกำลังน้อยเกินไป ทางที่ดีที่สุดควรอ่านคู่มือของเครื่องว่าจะใช้อิมพีแดนซ์เท่าใดจึงเหมาะสม

เครื่อง ขยายเสียงที่ใช้หลอดนั้นมีอิมพีแดนซ์ต่างๆ ขึ้นอยู่กับตัวเอาต์พุตทรานสฟอร์เมอร์ เช่น 1โอห์ม 2โอห์ม 3โอห์ม 4โอห์ม 8โอห์ม 16โอห์ม 32โอห์ม 100โอห์ม 250โอห์ม เป็นต้น ดังนั้นค่าอิมพีแดนซ์ของเอาต์พุตทรานสฟอร์เมอร์ของแต่ละโรงงานจึงต่างกันไป การต่อลำโพงขึงต้องต่อตามจุดซึ่งระบุค่าตรงกัน เพราะโหลดที่แท้จริงของเครื่องขยายเสียงก็อยู่ที่ลำโพงนี่แหละ เอาต์พุตทรานสฟอร์เมอร์นั้นมิใช่โหลด เพียงเป็นตัวถ่ายทอดสัญญาณและเปลี่ยนแปลงอิมพีแดนซ์เท่านั้น ถ้าหากต่อลำโพงผิดจุดจะทำให้อิมพีแดนซ์ผิดไป ซึ่งย่อมสะท้อนผลกลับไปยังหลอดเอาต์พุต ทำให้กระทบกระเทือนการทำงานของหลอด บางครั้งถึงกับทำให้เอาต์พุตทรานสฟอร์เมอร์เสีย ไม่ว่าเครื่องขยายเสียงที่เป็นแบบทรานซิสเตอร์หรือหลอดก็ตาม การต่อลำโพงเข้ากับเครื่องนั้น ประการแรกต้องตรวจดูอิมพีแดนซ์ของลำโพงเสียก่อนว่าเข้ากับตัวเครื่องหรือ เปล่า สามารถทนกำลังได้เท่ากับเครื่องหรือไม่ เพื่อป้องกันมิให้คอยล์ของลำโพงไหม้ขาดได้ ถ้าหากมีการต่อลำโพงแบบหลาย ๆ ตัวละก็ จะต้องพิจารณาว่าลำโพงที่นำมาต่อใช้ทั้งหมดควรมีกำลังวัตต์ไม่น้อยกว่า เครื่องและต้องแมตช์กับตัวเครื่อง
สวัสดีครับคุณบุคคลทั่วไป  ผมชื่อ จำลอง นาระสระน้อย  สภ.ปักธงชัย ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 30150 โทร 089-9493228 หมายเลขบัญชี 3391047038 กรุงไทยสาขาย่อยวังน้ำเขียว ยินดีต้อนรับครับ ขอให้มีความสุขในการใช้งานบอร์ดของเรานะครับ

ถาวร โคราช

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุณมากครับ ทั้งสองท่านครับ ได้ความรู้อิกครับ

      :-\ :-\ :-\ :-\

ออฟไลน์ Hot`ปักธงชัยฯ

  • มัธยม
  • *
  • กระทู้: 218
  • คะแนน: 6
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0
 >:D         C:-)         :-\
นายสิทธิชัย  แปจะโปะ  เทศบาลตำบลเมืองปัก  97/1  หมู่ที่2 ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา  087-8801414

ออฟไลน์ เปี๊ยก ศรีราชา

  • รีบทำวันนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป
  • อนุบาล
  • *
  • กระทู้: 18
  • คะแนน: 2
  • พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Firefox 10.0 Firefox 10.0
ขอบคุณทั้งสองท่านครับ ได้ความรู้มากเลยครับ  :-[
สวัสดีครับท่าน  บุคคลทั่วไป

สำเภา ศุขกระบิล  เลขที่ 87/96 ม.2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110

ออฟไลน์ ทีมงาน พีเทค '46

  • D:\My Job\Bord2.jpg
  • พนักงาน
  • *
  • กระทู้: 1351
  • คะแนน: 57
  • ทีมงานใหญ่ กับเครื่องไฟวัด
  • OS:
  • Symbian OS 9.4 / Nokia 5233 Symbian OS 9.4 / Nokia 5233
  • Browser:
  • Mozilla compatible Mozilla compatible
ขอบคุณครับ
ไพโรจน์ เดชสูงเนิน
ทีมงาน พีเทค'46 บริการ เครื่องเสียง ไฟประดับ ในงานพิธีต่างๆ
บ้านใหม่สะแกราช ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
E-Mail : ptech46@gmail.com Face.พีเทค ออดิโอ ปักธงชัย
 บัญชีกรุงศรีสาขาเดอะมอลโคราช 650-1-11327-6
โทร. 044-360271 081-9550846( โรจน์ )  087-2471418( เต่า )

ออฟไลน์ tombit

  • ชอบเครื่องเสียงมาก
  • อนุบาล
  • *
  • กระทู้: 6
  • คะแนน: 0
  • ชอบเครื่องเสียงมาก
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 9.0 MS Internet Explorer 9.0
ขอบคุณมากครับ ความรู้มากมาย ขอเก็บไว้อ่านก่อนแล้วกันครับ :P
เทิดศักดิ์  สีดาอุบล 29 หมู่ 7 ต.วังหินลาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 40130 Tel.087-4204866 Email.terdsakcit@gmail.com

ออฟไลน์ mildkoid

  • อนุบาล
  • *
  • กระทู้: 1
  • คะแนน: 0
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Firefox 13.0.1 Firefox 13.0.1
ว้าววววววว น่าสนใจดีค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26, 02, 2013, 09:33:30 PM โดย จิรวัฒน์ โคราช »

ออฟไลน์ ดาบจำลอง โคราช

  • ผู้ดูแลระบบ
  • เทพระดับที่ 1
  • *
  • กระทู้: 7394
  • คะแนน: 557
  • ถูกใจ แต่อาจไม่ถูกต้อง ถูกต้อง แต่อาจไม่ถูกใจ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0
ขอบคุณครับ ที่ให้ความรู้ แต่พวกเราคงไม่มีใครอยากทราบครับ
สวัสดีครับคุณบุคคลทั่วไป  ผมชื่อ จำลอง นาระสระน้อย  สภ.ปักธงชัย ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 30150 โทร 089-9493228 หมายเลขบัญชี 3391047038 กรุงไทยสาขาย่อยวังน้ำเขียว ยินดีต้อนรับครับ ขอให้มีความสุขในการใช้งานบอร์ดของเรานะครับ